กรมส่งเสริมสหกรณ์ เร่งเดินหน้าขับเคลื่อนโรดแมปการพัฒนาสหกรณ์

240

นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์   เปิดเผยว่า  กรมส่งเสริมสหกรณ์กำลังเร่งขับเคลื่อนโรดแมป(Road Map)การพัฒนาสหกรณ์ให้เป็นองค์กรหลักระดับอำเภอภายใต้นโนยบายเร่งด่วนของรัฐบาลให้เป็นผลสำเร็จโดยเร็ว   ซึ่งรัฐบาลต้องการให้กลไกลสหกรณ์เป็นกำลังสำคัญของการยกระดับชีวิตวามเป็นอยู่ของประชาชนในทุกพื้นที่ให้ดีขึ้น

โดยในเดือนกันยายน 2561ที่ผ่านมาได้เริ่มดำเนินการแล้วในระยะที่1 ในสหกรณ์จำนวน 362 แห่ง  แบ่งตามศักยภาพสหกรณ์ได้ 4 กลุ่มดังนี้ กลุ่มที่ 1 เป็นสหกรณ์ที่มีศักยภาพการดำเนินธุรกิจรวบรวมและแปรรูปผลผลิตสูง จำนวน 24แห่ง  ประกอบด้วย  ดำเนินธุรกิจรวบรวมพืชไร่ แบ่งเป็นข้าว 17แห่ง  ดำเนินการธุรกิจรวบรวมพืชสวน   แบ่งเป็นยางพารา  1 แห้งปาล์มน้ำมัน  2แห่ง ผลไม้ 3แห่ง และดำเนินธุรกิจรวบรวมผลผลิตการเกษตรอื่นๆเช่น สินค้าประมง จำนวน 1แห่ง

กลุ่มที่ 2 เป็นสหกรณ์ที่มีศักยภาพในการดำเนินธุรกิจรวบรวมและแปรรูปผลผลิตปานกลางจำนวน 32 แห่ง  ประกอบด้วย  ดำเนินธุรกิจรวบรวมพืชไร่ แบ่งเป็นข้าว 24 แห่ง  มันสำปะหลัง 2แห่ง   ดำเนินการธุรกิจรวบรวมพืชสวน แบ่งเป็นยางพารา 2 แห้งปาล์มน้ำมัน   1แห่ง ผลไม้ 1แห่ง และดำเนินธุรกิจรวบรวมผลผลิตการเกษตรอื่นๆเช่น สินค้าประมง จำนวน 2แห่ง

กลุ่มที่ 3 เป็นสหกรณ์ที่ต้องได้รับการพัฒนาศักยภาพการรวบรวมผลผลิต จำนวน  172 แห่ง    ประกอบด้วย  ดำเนินธุรกิจรวบรวมพืชไร่ แบ่งเป็นข้าว 112 แห่ง   มันสำปะหลัง 10 แห่ง  ข้าวโพด 7แห่ง    ดำเนินการธุรกิจรวบรวมพืชสวน   แบ่งเป็นยางพารา 9 แห่ง   ปาล์มน้ำมัน 6 แห่ง ผลไม้ 20แห่ง และดำเนินธุรกิจรวบรวม สินค้าประมง จำนวน 4 แห่งและอื่นๆ 4แห่ง

กลุ่มที่ 4 เป็นสหกรณ์ที่ต้องได้รับการผลักดันให้ดำเนินธุรกิจรวบรวมและแปรรูปผลผลิตจำนวน  133 แห่ง    ประกอบด้วย  ดำเนินธุรกิจรวบรวมพืชไร่ แบ่งเป็นข้าว 72 แห่ง   มันสำปะหลัง8 แห่ง  ข้าวโพด 10 แห่ง อ้อย 5แห่ง   ดำเนินการธุรกิจรวบรวมพืชสวน   แบ่งเป็นยางพารา 18 แห่ง   ปาล์มน้ำมัน 5 แห่ง ผลไม้ 14 แห่ง และดำเนินธุรกิจรวบรวม สินค้าประมง จำนวน 1 แห่ง

สำหรับแนวทางการดำเนินงานขั้นต่อไป  แต่ละสหกรณ์อยู่ระหว่างจัดแผนพัฒนาความเข้มแข็ง  และแผนพัฒนาการดำเนินธุรกิจสหกรณ์จากการประเมินสถานการณ์-วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและกระบวนการจัดทำแผนแบบมีส่วนร่วมของฝ่ายบริหาร  ฝ่ายจัดการ สมาชิกสหกรณ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จากนั้นกรมส่งเสริมสหกรณ์จะนำข้อมูลที่ได้มากกำหนดแนวทางการพัฒนาสหกรณ์ในลำดับต่อไป

รวมทั้งจัดทำแผนการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ให้มีคุณสมบัติพื้นฐานของสหกรณ์หลักระดับอำเภอ  อาทิ   สหกรณ์ประเภท1.สหกรณ์การเกษตร  สหกรณ์นิคม หรือสหกรณ์ประมง 2.มีแผนดำเนินงานครอบคลุมทั้งอำเภอ3.ผ่านเกณฑ์มาตรฐานของกรมส่งเสริมสหกรณ์4.ดำเนินธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่ายและรวบรวมผลผลิต5.สมาชิกมีส่วนร่วมในการดำเนินธุรกิจกับสหกรณ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80

รวมทั้งพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและสังคมของชุมชน  ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและเพิ่มศักยภาพการดำเนินธุรกิจตอบสนองความต้องการของสมาชิกทุกด้าน  ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตของสมาชิกไปจนถึงส่งเสริมให้เป็นศูนย์กลาง(แม่ข่าย)รวบรวมผลผลิตทางการเกษตรในระดับอำเภอ

“รัฐบาลรัฐบาลมีนโยบายให้สหกรณ์การเกษตรเป็นกลไกลสำคัญในการขับเคลื่อนการปฏิรูปภาคการเกษตร  มีการรวมกลุ่มการผลิตในรูปแบบสหกรณ์เป็นรูปแบบการรวมกลุ่มภาคการผลิตที่เหมาะสม  โดยรัฐบาลจะผลักดันให้สหกรณ์ดังกล่าวเป็นองค์กรหลักระดับอำเภอทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ สังคมของชุมชน  พร้อมทั้งช่วยต่อยอดนโยบายของรัฐบาลในการดูแลและส่งเสริมความรู้เทคโนโลยีที่ทันสมัยแก่เกษตรกร  การบริหารจัดการสินค้าเกษตรตั้งแต่ต้นน้ำ  กลางน้ำและปลายน้ำโดยใช้หลักการตลาดนำการผลิต” นายพิเชษฐ์   กล่าว

นายพิเชษฐ์   กล่าวด้วยว่า    เป้าหมายสำคัญของการพัฒนาสหกรณ์ในอนาคต  จะมุ่งเน้นสร้างความเข้มแข็งของสมาชิก  พัฒนาศักยภาพบุคลากรของสหกรณ์  พัฒนาการบริหารจัดการและสร้างธรรมาภิบาลการกำกับและตรวจสอบ  เพิ่มความสามารถการำเนินธุรกิจสหกรณ์   ส ร้างนวัตกรรมด้านธุรกิจการเกษตร  พัฒนาคุณภาพสินค้าให้ได้มาตรฐานการตลาดที่ท้าท้าย