Blackmores สานต่อโครงการมอบรองเท้า 7,543 คู่เพื่อน้องได้วิ่ง

376

เมื่อเร็วๆนี้การเดินทางของรองเท้าคู่เล็ก ความสุขยิ่งใหญ่  จากกิจกรรม Blackmores Well Beings Keep Running 2018 ปีที่ 2 ที่ผู้บริโภคได้มีส่วนร่วมบริจาครองเท้าคู่ใหม่ 7,543 คู่=ระยะทางจากออสเตรเลีย-ไทย ได้ส่งถึงนักเรียนในสังกัดตำรวจตระเวนชายแดน จำนวน 52 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้น้องได้วิ่งกับรองเท้าคู่ใหม่  โดยมีรองเท้าคู่ใหม่จำนวนหนึ่งที่ชาวแบลคมอร์สได้เดินทางไปมอบให้ถึงมือน้อง ๆ ในสังกัดโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านนาอิสาน

น.ส. ผุสดี สุจิตจร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท แบลคมอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การส่งมอบรองเท้าคู่เล็ก ความสุขยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ เป็นความมุ่งมั่นที่ต้องการส่งมอบสิ่งดีๆ คืนกลับสู่สังคม โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากมหกรรมวิ่งที่ยิ่งใหญ่ประจำปี แบลคมอร์ส ซิดนีย์ รันนิ่ง เฟสติวัล ซึ่งจัดมากว่า 10 ปีและแบลคมอร์สมีส่วนในการสนับสนุนการจัดงานดังกล่าวตลอดมา เพื่อส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพดี ด้วยวิธีง่าย ๆ ด้วยการออกกำลังกาย ด้วยแนวคิดนี้จึงนำมาสานต่อ เพื่อส่งมอบสุขภาพดีให้กับคนไทยเช่นกัน และเราเชื่อว่าการปลูกฝังเรื่องการออกกำลังกาย ควรส่งเสริมตั้งแต่ยังเด็กและฝึกให้เป็นนิสัย เพื่อให้เกิดความชอบและเป็นแรงจูงใจ แต่รองเท้าสำหรับออกกำลังกายเพียงหนึ่งคู่ของใครหลายคน อาจไม่ใช่เรื่องยากที่จะจัดหามาสวมใส่ แต่สำหรับเด็กนักเรียนในถิ่นทุรกันดารหลายครอบครัว ยังคงเป็นเรื่องที่ห่างไกลที่จะจัดหารองเท้าดีๆ สักคู่

ดังนั้นกิจกรรม Blackmores Well Beings Keep Running 2018 ปีที่ 2 จึงเกิดขึ้น โดยได้รับความร่วมมือยังกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน ที่จะส่งรองเท้าใหม่ จำนวน 7,543 คู่ไปยังนักเรียนที่ขาดแคลนและส่วนหนึ่งแบลคมอร์สได้นำพนักงานเดินทางสู่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านนาอิสาน (มูลนิธิสุมิตร เลิศสุมิตรกุลอุปถัมภ์) จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อมอบรองเท้าคู่ใหม่ถึงมือน้องๆ พร้อมจัดกิจกรรมนันทนาการเสริมสร้างสุขภาพและความรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของสารอาหารต่างๆ ให้ได้ร่วมสนุก รวมถึงมอบอุปกรณ์การเรียนอุปกรณ์กีฬา และจัดมุมสุขภาพดี Be A Well Being ให้กับทางโรงเรียน  โดยผู้บริโภคที่ซื้อผลิตภัณฑ์สริมอาหารแบลคมอร์สในช่วงการจัดกิจกรรมจะได้รับการ์ดใบเล็กเพื่อส่งข้อความปราถนาดีและรองเท้าคู่ใหม่ แต่เป็นความสุขยิ่งใหญ่และสุขภาพดีให้กับน้อง ๆ

“การจัดกิจกรรมทั้ง 2 ปี รองเท้ากว่า 15,000 คู่จาก จะเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ของการมีสุขภาพที่ดีของเด็กนักเรียน และแบลคมอร์สจะสานต่อกิจกรรมนี้ต่อไป เพราะสิ่งที่แบลคมอร์สได้รับคือความสุขใจ ที่ได้เห็นเด็กนักเรียนบ้านนาอิสาน มีทั้งรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และคำขอบคุณ รวมถึงยังช่วยสร้างให้ทุกคนได้เรียนรู้คำว่าแบ่งปัน”

สำหรับโรงเรียนตชด.บ้านนาอิสาน นางวรรณภา อันปัญญา ครูพลเรือน โรงเรียนตชด.บ้านนาอิสาน  ซึ่งเป็นครูที่อยู่กับโรงเรียนนี้ตั้งแต่ยุคเริ่มแรกเล่าให้ฟังว่า เมื่อ 30ปีที่แล้ว บริเวณนี้เป็นป่าไม่มีถนนตัดผ่านการสัญจรยังเป็นทางเกวียน โรงเรียนตชด.บ้านนายาวที่อยู่ใกล้ที่สุด มีระยะทาง 6 กิโลเมตร แต่การเดินทางไปยังสถานศึกษาก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่มีน้ำท่วมเส้นทาง ดังนั้นคนในพื้นที่ได้ร่วมกันจัดตั้งโรงเรียนบ้านนาอิสานขึ้น พร้อมจัดหาประชาชนที่มีความรู้ ทำหน้าที่เป็นครูสอนให้กับเด็กๆ แต่ก็ต้องเผชิญปัญหาหลายอย่างเนื่องจากไม่มีงบประมาณสนับสนุน

“จนเมื่อปี 2537  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี  ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมโครงการตามพระราชดำริที่ดำเนินงานอยู่ในโรงเรียนตชด.บ้านนายาว คณะครูและชาวบ้านจึงได้รวมตัวกันเดินทางไปเฝ้ารับเสด็จฯ เพื่อทูลเกล้าฯถวายฎีกา ขอความอนุเคราะห์จัดสร้างโรงเรียน ซึ่งพวกเราไม่เคยคิดเลยว่าฎีกาที่ทูลเกล้าฯ ถวาย ในช่วงบ่ายของวันนั้น และเย็นวันเดียวกันมีจะมีข่าวดีแจ้งกลับพวกเราว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ   ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งโรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน บ้านนาอิสาน พร้อมรับคณะครูที่สอนอยู่เดิมให้ทำงานต่อ”

ด้านดาบตำรวจหญิง สุกัญญา ประนิสอน ครูประจำโรงเรียน ตชด.บ้านนาอิสาน กล่าวว่า โรงเรียนแห่งนี้ปัจจุบันมีนักเรียน 106 คน เปิดสอนตั้งแต่อนุบาล-ประถมศึกษาปีที่ 6 มีร.ต.อ.สุรินทร์ ชาญสูงเนิน เป็นครูใหญ่ มีครูตชด. 7 คน และครูพลเรือน 2 คน ซึ่งทุกคนจะต้องสอนทุกวิชาในชั้นเรียนที่รับผิดชอบ
เด็กนักเรียนที่นี่ส่วนใหญ่ฐานะทางบ้านค่อนข้างลำบาก พ่อแม่แยกทางกันทิ้งเด็กไว้กับปู่ย่าตายาย ทำให้ขาดแคลนทั้งอุปกรณ์การเรียน เครื่องแต่งกายและรองเท้านักเรียน ในบางครั้งที่เจ็บป่วยครูก็ต้องดูแลรับผิดชอบพาไปพบแพทย์ อย่างไรก็ตามการที่เด็กๆ ได้รับรองเท้าคู่ใหม่ในครั้งนี้ เชื่อว่าเด็กทุกคนคงมีความสุข เพราะได้ใส่วิ่งออกกำลังกาย รวมถึงจะได้มีรองเท้าไว้สำหรับสับเปลี่ยนในช่วงฤดูฝน